Global Kao Site Map
เกี่ยวกับคาโอ ข่าวสารและกิจกรรม ผลิตภัณฑ์ ข้อมูลสำหรับลูกค้า สมัครงาน
ติดต่อเรา
คำถามและคำตอบ
  Liese Q&A
  Essential Q&A
  Asience Q&A
  Biore Q&A
  Haiter Q&A
  Feather Q&A
  Laurier Q&A
  Merries Q&A
 
 
 
 
 
     
  สิ่งดีๆที่อยากแบ่งปัน  
     
  ห่างไกลไข้หวัด 2009 ง่ายๆ ด้วยการทำให้ทุกที่เป็นเขตปลอดเชื้อโรค  
 
กองควบคุมโรคติดต่อ USA แนะนำวิธีการควบคุมการระบาดของไวรัสหวัดกับสิ่งแวดล้อมพื้นผิวต่างๆ
และสถานที่สาธารณะ

ป้องกันด้วยการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคเช็ดพื้นผิวบริเวณที่มีการสัมผัสบ่อย เช่น ลูกบิดประตู ที่จับตู้เย็น ฯลฯ หรือถ้าไม่มียาฆ่าเชื้อโรคก็สามารถใช้น้ำยาซักผ้าขาว (อย่างไฮเตอร์) เจือจางกับน้ำเปล่าแทนได้เหมือนกัน
 
     
  ผสมน้ำยาซักผ้าขาวในอัตราส่วน 1 ช้อนโต๊ะ (15มล.) ต่อน้ำเปล่า 1/4 แกลลอน (950 มล.) หรือ 1/4 ถ้วยตวง (60 มล.) ต่อน้ำเปล่า 1 แกลลอน ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำบิดหมาดๆ
เช็ดบนพื้นผิวทิ้งไว้ 3 - 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพื่อความสะอาดมั่นใจได้ว่า
ปลอดเชื้อโรค
 
     
  อ้างอิงจาก Flu.gov
http://www.flu.gov/professional/transport/cleaning_transit_stations.html
 
     
 

 
     
 
     
  มาเรียนรู้วิธีใช้น้ำยาซักผ้าขาวทำความสะอาดบริเวณต่างๆ และฆ่าเชื้อโรคอะไร
ได้บ้าง
 
 
1. การทำความสะอาด และฆ่าเชื้อโรคกับพื้นผิวต่างๆโดยทั่วไป
วิธีใช้
เจือจาง ไฮเตอร์ 3 ฝา ต่อน้ำ 5 ลิตร แล้วนำไปเช็ดถูพื้นผิวนั้นๆ
ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นจึงล้างออกหรือเช็ดให้แห้ง
** หรือเจือจาง ไฮเตอร์ กับน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1 : 100
 
 
2. ฆ่าเชื้อรา เชื้อโรค และดับกลิ่นอับบนเสื้อผ้า
วิธีใช้
ซักเสื้อผ้าด้วย ไฮเตอร์ ร่วมกับผงซักฟอกเป็นประจำ
ระยะเวลาแช่ผ้า 5 - 15 นาที
โดยใช้ ไฮเตอร์ กับผ้าขาวเท่านั้น
 
 
3. ฆ่าเชื้อโรคในผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดโต๊ะ ผ้าเช็ดภาชนะ
วิธีใช้
แช่ไว้ในน้ำที่ผสม ไฮเตอร์ 1/2 ฝา (6 มล.) ต่อน้ำ 1 ลิตร
ประมาณ 30 นาที แล้วนำมาล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
 
 
4. ฆ่าเชื้อโรคกับภาชนะเครื่องใช้ที่ทำจากพลาสติก เช่น ถังขยะ ตะกร้า
ชั้นวางรองเท้า ฯลฯ

วิธีใช้
แช่ภาชนะเครื่องใช้ไว้ในน้ำที่ผสม ไฮเตอร์ 4/5 ฝา (10 มล.) ต่อน้ำ 1 ลิตร
ประมาณ 30 นาที แล้วนำมาล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
 
 
5. ฆ่าเชื้อโรคในตู้เย็น ตู้กับข้าว ตู้เสื้อผ้า ฯลฯ
วิธีใช้
บิดผ้ากับน้ำผสม ไฮเตอร์ 1/6 ฝา (2 มล.) ต่อน้ำ 1 ลิตร หมาดๆ แล้วนำไปเช็ดทำความสะอาด
จากนั้นเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำสะอาดอีกครั้ง
 
 
6. ฆ่าเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย
วิธีใช้
นำ ไฮเตอร์ เจือจางกับน้ำเพื่อเช็ดถู ทำความสะอาดเครื่องใช้
และสถานที่ต่างๆ
 
  ** ในประเทศฮ่องกง กระทรวงสาธารณะสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แนะนำให้ประชาชนทั่วไปใช้น้ำยาซักผ้าขาวเช็ดทำความ สะอาดบนพื้นผิวต่างๆในชีวิตประจำวัน เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคในช่วงที่มีโรคซาร์สระบาดในปี 2546  
     
 
     
       คุณแม่บ้านทราบหรือไม่คะว่าไฮเตอร์นอกจากเป็นน้ำยาซักผ้าขาว
แล้วยัง สามารถขจัดกลิ่นอับและฆ่าเชื้อโรคต่างๆได้ถึง99.9%อีกด้วย
“ดังนั้น คุณแม่บ้านจึงสามารถมั่นใจทั้งในเรื่องพลังขจัดคราบขาว
และประสิทธิภาพในการขจัดกลิ่นอับและฆ่าเชื้อโรคได้ถึง99.9%
ช่วยให้ผ้าขาวสะอาดเหมือนใหม่ ปลอดภัยจากคราบสกปรกและเชื้อโรค
ทุกครั้งที่ใช้ไฮเตอร์” รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้และบริเวณพื้นผิวต่างๆ
ภายในบ้าน ช่วยให้บ้านของคุณกลายเป็นเขตอนามัยทุกครั้งที่ใช้
“ไฮเตอร์”
 
     
  ไฮเตอร์กับการขจัดกลิ่นอับและฆ่าเชื้อโรคต่างๆบนผ้าขาวได้ถึง99.9%  
     
 

     ในสภาพสิ่งแวดล้อมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยมลภาวะและเชื้อโรคทำให้
คุณแม่บ้านต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อสุขภาพและอนามัยที่ดีของคนใน
ครอบครัว แต่นับจากนี้ไปความกังวลในเรื่องของความสะอาด และปลอดภัยจาก สิ่งสกปรกและเชื้อโรคของคุณแม่บ้านจะหมดไปเพราะน้ำยาซักผ้าขาว ไฮเตอร์มีส่วนผสมที่มีคุณสมบัติพิเศษในการขจัดรอยเปื้อนและคราบสกปรกต่างๆ รวมถึงคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคได้ถึง99.9%
     ดังนั้นทุกครั้งที่ใช้ไฮเตอร์ซักผ้าร่วมกับผงซักฟอกเป็นประจำ
คุณแม่บ้านสามารถมั่นใจได้ว่าผ้าขาวจะทั้งสะอาด ขาวหมดจด
เหมือนใหม่และปลอดภัย จากเชื้อโรค เพื่อสุขอนามัยที่ดีของสมาชิกทุกคนในครอบครัว

 
     
  ไฮเตอร์กับหน้าที่ทำให้บ้านของคุณเป็นเขตอนามัย ปราศจากกลิ่นอับและ
เชื้อโรค99.9%
 
     
        การที่ไฮเตอร์สามารถขจัดกลิ่นอับและฆ่าเชื้อโรคต่างๆของเครื่องมือ
เครื่องใช้และบริเวณพื้นผิวต่างๆภายในบ้านได้ถึง99.9% ทำให้บ้านของคุณ
กลายเป็นเขตอนามัยเนื่องจากไฮเตอร์มีสารโซเดียมไฮโปคลอไรต์
(Sodium Hypochlorite) เป็นส่วนประกอบที่มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไวรัสโปรโตซัวและสามารถทำลายสปอร์ของเชื้อราได้

...ซึ่งคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคนี้ได้ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย ตัวอย่างเช่น กระทรวงสาธารณสุขของฮ่องกงได้ออกประกาศแนะนำหน่วยงานภาครัฐบาล
ภาคเอกชนและประชานทั่วไปให้ใช้น้ำยาซักผ้าขาว(bleach)ที่มีส่วนประกอบ
ของสารโซเดียมไฮโปคลอไรต์มาทำละลายเจือจางกับน้ำเพื่อใช้เช็ดถูและทำ ความสะอาดข้าวของเครื่องใช้และสถานที่ต่างๆเพื่อฆ่าเชื้อโรคซาร์ส:
Severe Acute Respiratory Syndrome (SARS) ในช่วงที่ฮ่องกงกำลังประสบสถานการณ์ระบาดของ
เชื้อโรคซาร์สอย่างรุนแรง (แหล่งที่มา:กระทรวงสาธารณสุขฮ่องกง http://www.info.gov.hk/info/sars/)
     สำหรับในประเทศไทยเอง นอกจากจะใช้สารโซเดียมไฮโปคลอไรต์ในการฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา
แล้วทางกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มักแนะนำให้ประชาชนที่อยู่ในแหล่งชุมชนที่มี
ภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น ไวรัสไข้หวัดนก, เชื้อโรคซาร์ส, โรคท้องร่วง,
อหิวาตกโรค ฯลฯใช้สารโซเดียมไฮโปคลอไรต์นี้เพื่อฆ่าเชื้อโรคอยู่เป็นประจำอีกด้วย (อ้างอิงข้อมูล
จากสำนักงานสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ กระทรวงสาธารณสุข http://www.moph.go.th )
นอกจากนี้ในปัจจุบันตามโรงพยาบาลต่างๆก็นิยมใช้ไฮเตอร์ในการเช็ดล้างทำความสะอาดเครื่องมือแพทย์ เป็นประจำอีกด้วย
 
     
  วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ที่สามารถใช้ไฮเตอร์ทำความสะอาดและ
วิธีการใช้ที่ถูกต้อง
 
     
 
  • ไฮเตอร์เหมาะสำหรับการเช็ดล้างทำความสะอาด ผ้าสีขาว วัสดุพลาสติก กระเบื้อง เครื่องแก้ว ไม้
  • ไม่ควรใช้ไฮเตอร์ ทำความสะอาดวัสดุที่มีโลหะเป็นส่วนประกอบ รวมถึงวัสดุที่มีพื้นผิวเคลือบสี
        เครื่องโลหะและเคลือบเงาเป็นอันขาด
  •  
     

    ตารางแสดงการใช้ไฮเตอร์ใน
    “การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคข้าวของเครื่องใช้ประเภทต่างๆ ภายในบ้าน”


    ขจัดกลิ่น/คราบสกปรก/เชื้อโรค
    ปริมาณ
    วีธีใช้
    ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดโต๊ะ
    และผ้าที่ใช้เช็ดภาชนะ
    จานชาม
    1/2 ฝา (6มล.)
    ต่อน้ำ 1 ลิตร
    นำอุปกรณ์ที่ต้องการทำความสะอาด
    แช่ไว้ในน้ำที่ผสมไฮเตอร์
    ประมาณ 30 นาที แล้วนำมาล้าง
    ด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
    วัสดุที่ทำจากพลาสติก
    เช่น ถังขยะ ตะกร้า กล่องพลาสติก เป็นต้น
    4/5 ฝา (10มล.)
    ต่อน้ำ 1 ลิตร
    ภายในตู้เย็น ตู้กับข้าว
    ตู้เสื้อผ้า
    1/6 ฝา (2มล.)
    ต่อน้ำ 1 ลิตร
    บิดผ้าที่ล้างในน้ำผสมไฮเตอร์
    พอหมาดๆ แล้วนำไปเช็ดทำความสะอาด จากนั้นเช็ดด้วยผ้าที่ล้างในน้ำสะอาดอีกครั้ง
    บริเวณพื้น หรือลานบ้าน 3ฝาต่อน้ำ 5 ลิตร หรือ1/2 ฝา (6มล.) ต่อน้ำ 1 ลิตร ทำความสะอาดพื้นผิวก่อนด้วยน้ำเปล่า จากนั้นให้เทไฮเตอร์ลงผสมกับน้ำแล้วเช็ด หรือทำความสะอาดพื้นผิวนั้นๆ แล้วทิ้งไว้
    ประมาณ 10 นาที จากนั้นล้างออกและ
    เช็ดให้แห้ง *ห้ามใช้ไฮเตอร์ที่ไม่ได้
    เจือจาง เด็ดขาด*

     
      (หมายเหตุ: สามารถดูรายละเอียดได้บนฉลากหลังของผลิตภัณฑ์ไฮเตอร์ทุกขวด)  
         
     
       
    มีเสื้อสีขาวหลายตัว แต่ไม่แน่ใจว่า "น้ำยาซักผ้าขาว ไฮเตอร์"
    ใช้ได้กับผ้าทุกชนิดหรือไม่ค่ะ
       
     
    ถ้าไม่แน่ใจว่าผ้าชนิดใดใช้กับ "น้ำยาซักผ้าขาว ไฮเตอร์" ได้หรือไม่ให้ทดสอบก่อนใช้
    โดยเลือกตรงชายเสื้อหรือบริเวณที่มิดชิดแช่ในน้ำที่ี่ผสมผงซักฟอกกับ "น้ำยาซักผ้าขาว
    ไฮเตอร์" ทิ้งไว้ 5 นาที ถ้าผ้าไม่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง แสดงว่าใช้ได้ค่ะ

       

    ทำไมเวลาแช่เสื้อสีขาวกับ "น้ำยาซักผ้าขาว ไฮเตอร์" นานๆ เ้สื้อกลายเป็นสีเหลืองได้ค่ะ โดยเฉพาะบริเวณปกและแขนเสื้อ จะมีวิธีแก้ไขอย่างไรค่ะ

       
     
    เสื้อขาวที่แช่ด้วย "น้ำยาซักผ้าขาว ไฮเตอร์" นานๆ แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอาจมี สาเหตุหลายอย่าง เช่น สารเคมีที่ใช้ในขั้นตอนหรือกระบวนการทอมีผลต่อน้ำยาซักผ้าขาว สารเคมีที่ทำให้ผ้ารองปกหรือขอบแขนเสื้อเข็งละลายหลุดออกมา
    สารเรืองแสงที่ใช้บน เสื้อผ้าหรือในผงซักฟอกบางชนิด ประเภทของน้ำ หรือการใช้น้ำยาซักผ้าขาวในปริมาณ และเวลาที่มากเกินไป หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ส่วนวิธีแก้ไขให้กลับมาเป็นอย่างเดิมคง ทำได้ยาก ควรป้องกันโดยไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ในปริมาณและเวลาที่มากเกินไป ดังนั้น จึงควรอ่านฉลากและวิธีใช้ให้เข้าใจก่อนจะดีที่สุดค่ะ

       
    เสื้อสีขาวมักจะมีเชื้อราเป็นจุดเล็กๆ สีดำๆ ติดอยู่ จะขจัดออกได้อย่างไรค่ะ
       
     
    เชื้อราเหล่านั้นมักเกิดจากการปล่อยให้เสื้อผ้าอับชื้น ถึงแม้จะซักด้วยผงซักฟอกแล้ว แต่ก็เป็นการ
    ทำความสะอาดได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น คราบไคลและคราบสกปรกที่ยังเหลืออยู่จะก่อให้เกิด
    เชื้อราขึ้นได้อีก ซึ่งเมื่ื่อเกิดขึ้นแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ จึงควรป้องกัน ด้วยการซักในน้ำที่่ผสมผงซักฟอกกับ "น้ำยาซักผ้าขาว ไฮเตอร์" ทุกครั้งที่ซักและเมื่อซัก แล้วควรตากแดดให้แห้งสนิทดีเสียก่อน แล้วค่อยเก็บมารีด เท่านี้เสื้อผ้าก็จะสะอาดไม่มี

       
    ลูกชายไปโรงเรียนกลับมามีรอยปากกาลูกลื่น ติดเสื้อมาฝาก ลองซักดูแล้ว
    นะค่ะ แต่รอยก็แค่จางไปเท่านั้น จะทำอย่างไรดีค่ะ
       
     
    รอยปากกาลูกลื่น สามารถซักออกได้หมดค่ะ เพียงแช่ในน้ำ
    ที่ผสมผงซักฟอกกับ "น้ำยาซักผ้าขาว ไฮเตอร์"
    ประมาณ 10 - 15 นาที แล้วจึงซักตามปกติ เท่านี้เสื้อนักเรียนก็จะขาวสะอาดและรอยปากกาก็หมดไปด้วย

       
    เป็นคนชอบทำอาหารมากค่ะ แต่ผ้ากันเปื้อนที่ใช้อยู่เป็นสีขาวเลยมีปัญหาบ่อยๆ
    โดยเฉพาะคราบไข่ไก่ จะซักออกให้สะอาดได้อย่างไร
       
     
    ถ้าเป็นคราบไข่ที่หนาจนแห้งแล้ว ให้ใช้มีดขูดออกก่อน
    แล้วจึงซักในน้ำที่ผสมผงซักฟอก กับ "น้ำยาซักผ้าขาว ไฮเตอร์" แต่ถ้าเพิ่งจะเป็นคราบและเลอะไม่มาก ให้ซักในน้ำที่ผสม
    ผงซักฟอกกับ "น้ำยาซักผ้าขาว ไฮเตอร์" ได้ทันที
    แล้วถ้าใช้วิธีนี้เป็นประจำ ผ้ากันเปื้อนของคุณก็จะสะอาด
    ไร้คราบและยังไม่มีกลิ่นเหม็นคาวอาหารด้วยนะค่ะ

       
     
       
    มีเสื้อตัวเก่งสีสวยอยู่ ใส่บ่อยมาก แต่กลัวว่า ซักบ่อยแล้วสีจะซีด
    พอมีวิธีที่ป้องกันไม่ให้เสื้อ สีซีดบ้างหรือไม่ค่ะ
       
     
    การป้องกันไม่ให้เสื้อสีซีด หรือหมองลง เพียงคุณซักในน้ำที่ผสมผงซักฟอก กับ
    "ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบ ไวด์ ไฮเตอร์ คัลเลอร์+ไวท์ หรือ ไวด์ ไฮเตอร์ คัลเลอร์ ชนิดน้ำ"
    ก็ได้ เป็นประจำทุกครั้ง เมื่อซักแล้วก็ไม่ควรตากในที่มีแสงแดดจัดเกินไป เสื้อตัวเก่ง
    ของคุณก็จะมีสีสวย สดใสอยู่เสมอค่ะ

       
    ชอบซื้อเสื้อสีสดๆ แต่มีปัญหาสีตกเป็นประจำ จะแก้ปัญหาอย่างไรดี
    และจะทำอย่างไรให้เสื้อมีสีสดใสเหมือนตอนซื้อมาใหม่ๆ ได้ตลอดค่ะ
       
     
    การแก้ปัญหาผ้าสีตก ให้นำเสื้อไปแช่ในน้ำเกลือทิ้งไว้
    1 คืน แล้วซักตามปกติ จนกระทั่งสีไม่ตก
    ส่วนการรักษาสีสันสดใสของเสื้อนั้น ให้ใช้
    "ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบ ไวด์ ไฮเตอร์ คัลเลอร์+ไวท์
    หรือ ไวด์ ไฮเตอร์ คัลเลอร์ ชนิดน้ำ" ผสมพร้อมผงซักฟอกซักทุกครั้ง และควรใช้เป็นประจำ เพื่อให้เสื้อคงสีสันสดใสอยู่เสมอ แต่ถ้าไม่มั่นในว่า ผ้าชนิดไหนใช้กับผลิตภัณฑ์ขจัดคราบ
    ไวด์ ไฮเตอร์ ได้หรือไม่ ให้ทดสอบโดยแช่ เฉพาะส่วนที่มิดชิดของผ้าในน้ำที่ผสมผงซักฟอกกับ ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบ ไวด์ ไฮเตอร์ ประมาณ 30 นาที ถ้าสีไม่ซีดลงหรือสีของผ้าไม่เปลี่ยน แสดงว่าสามารถใช้กับ "ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบ ไวด์ ไฮเตอร์" ได้ค่ะ


       
    ชุดชั้นในมีลวดลายสีสัน แต่ก็มีเชื้อราอยู่ด้วย จะป้องกันอย่างไรค่ะ
       
     
    เชื้อราบนชุดชั้นในมักเกิดจากอากาศอับชื้น ถึงจะซักด้วยผงซักฟอกก็ยังสะอาดไม่พอ คราบสกปรกที่ยังหลงเหลืออยู่ทำให้เกิดเชื้อรา ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วไมสามารถแก้ไขได้ จึงควรป้องกันด้วยการซักในน้ำที่ผสมผงซักฟอกกับ "ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบ ไวด์ ไฮเตอร์ ชนิดผง หรือ
    ชนิดน้ำก็ได้" (ผสมพร้อมกับผงซักฟอกทุกครั้งที่ซัก)
    เท่านั้นก็จะช่วยป้องกันการเกิดเชื้อราบนชุดชั้นใน และไม่มีกลิ่นอับชื้นทำให้ชุดชั้นในสะอาดได้ตลอดเวลาค่ะ

       
    ดื่มน้ำส้มคั้นจะรับบทบาทในชีวิตจริงสักหน่อย น้ำส้มก็ไม่เป็นใจหกเลอะ
    เสื้อสีขาว ลายดอกจนเป็นคราบ กลับบ้านก็รีบซักแต่คราบยังไม่ออก จะทำอย่างไรดีค่ะ
       
     
    รับบทนางเอกแบบเสื้อไม่เลอะคราบไม่ยากเลยค่ะ แค่นำเสื้อนั้นมาแช่ในน้ำสบู่ ทิ้งไว้ซักครู่ แล้วจึงแช่
    ในน้ำที่ผสมผงซักฟอกร่วมกับ "ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบ ไวด์ ไฮเตอร์ ชนิดผง หรือชนิดน้ำก็ได้"
    ประมาณ 30 นาที แล้วซักตามปกติเท่าันี้นางเอกก็ได้

       
    ถ้าเสื้อเปื้อนยางกล้วย
       
     
    ให้ใช้น้ำมะนาว โดยเลือกลูกที่มีน้ำมากๆ มาผ่าซีก แล้วถูตรงบริเวณที่เปื้อนยางกล้วย
    ทิ้งไว้สักครู่ คราบยางกล้วยก็จะค่อยๆออก จางลงจากนั้นก็นำเื้สื้้อไปแช่กับผงซักฟอก
    ที่ผสมกับ "น้ำยาซักผ้าขาว ไฮเตอร์" ถ้าเป็นผ้าสีก็ผสมกับ "ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบ
    ไวด์ ไฮเตอร์ คัลเลอร์+ไวท์ หรือไวด์ ไฮเตอร์ คัลเลอร์ ชนิดน้ำ" แช่ทิ้งไว้ประมาณ
    15 - 30 นาที แล้วซักตามปกติ เท่านี้คราบยางกล้วยก็จะออกได้ง่ายๆ

       
    ถ้าผ้าสี หรือผ้าขาว เปื้อนน้ำมันเครื่อง
       
     
    แก้ไขได้โดยก่อนที่จะทำการซัก ให้นำสำลีไปชุบน้ำมันก๊าด แล้วนำไปเช็ดตรงบริเวณ
    ที่เปื้อนน้ำมันเครื่อง หลังจากนั้นก็นำเสื้อไปแช่กับผงซักฟอกที่ผสมกับ "ผลิตภััณฑ์ขจัดคราบ" ถ้าเป็นผ้าขาวก็ผสมกับ "น้ำยาซักผ้าขาว ไฮเตอร์" ถ้าเป็นผ้าสีก็ผสมกับ "ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบ ไวด์ ไฮเตอร์ คัลเลอร์+ไวท์ หรือ ไวด์ ไฮเตอร์ คัลเลอร์ ชนิดน้ำ" แช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วซักตามปกติ เท่านี้รอยคราบน้ำมันเครื่องก็จะออกได้ง่าย
       
    ถ้าผ้าเปื้อนคราบสนิม
       
     
    ให้นำน้ำมะนาวมาทางตรงบริเวณคราบที่เปื้อน หลังจากนั้นก็นำเสื้อไปแช่ผงซักฟอก
    ที่ผสมกับ "ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบ" ถ้าเป็นผ้าขาว ก็ผสมกับ "น้ำยาซักผ้าขาว ไฮเตอร์"
    ถ้าเป็นผ้าสีก็ผสมกับ "ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบไวด์ ไฮเตอร์ คัลเลอร์+ไวท์ หรือ ไวด์ ไฮเตอร์
    คัลเลอร์ ชนิดน้ำ" แช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วซักตามปรกติ เท่านี้คราบสนิม
    ก็จะออกได้ง่าย ทำให้เสื้อผ้าเราสะอาดเหมือนใหม่เลยค่ะ

       
     
    
    Copyright ©2007 Kao Thailand. All Rights Reserved   Privacy / Legal / Site Map